มันรู้สึกแปลกๆเหมือนกันตอนที่โดนจูบ
ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร รู้แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกแย่ที่อยากผลักไส
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกๆในชีวิตก็ได้ที่หัวใจผมเต้นแรงมากขนาดนี้ พี่มาร์คจูบผมแบบอ่อนโยน
ไม่ได้เร่งรัดอะไร แค่ค่อยๆให้ริมฝีปากเขาสัมผัสและกดลงมาซ้ำๆ
รับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ลึกซึ้งระหว่างกันและกัน
เรียวลิ้นชื้นๆค่อยๆแทรกเข้ามาในริมฝีปากผม
ทันทีที่เรียวลิ้นสัมผัสกัน ผมสะท้านเฮือกเพราะตั้งรับไม่อยู่นักกับการรุกรานของเขา
เหมือนพี่มาร์คจะรู้ว่าเขารุกผมเร็วไปนิด ถึงได้ค่อยๆผ่อนจังหวะลง
เขาเกี่ยวกระหวัดและกวาดต้อนไปทั่วโพรงปากผมอย่างนุ่มนวล ระหว่างที่เขาจูบผม
ฝ่ามือหยาบกร้านนิดๆนั่น ก็ไล้ไปทั่วเรือนกายบาง ค่อยๆสัมผัสเหมือนทำความรู้จักกัน
พี่มาร์คถอดเสื้อผ้าของผมออก ค่อยๆถอดทีละชิ้นแบบไม่ค่อยให้ผมรู้ตัว
ร่างกายผมกระตุกเล็กน้อยเมื่อเขาปลดกระดุมและรั้งสาบเสื้อผมออกจากกัน
แต่นั่นก็ไม่เท่ากับกางเกงนอนกับอันเดอร์แวร์ที่ถูกรั้งออกไปช้าๆจนหลุดออกจากเรียวขาของผม
เหมือนกับว่าผิวกายกึ่งเปลือยเปล่าของผมกระทบกับอากาศในห้องที่เย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ
“อื้อ...อื้อ”
ผมครางในลำคอเมื่อเขาจูบหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
กดริมฝีปากเบียดลงมาและกระตุ้นถึงความรู้สึกของผมให้คล้อยตามด้วยเรียวลิ้นของเขา
ผมหอบแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะรู้สึกหายใจไม่ทัน พี่มาร์คลากฝ่ามือผ่านร่างกายช่วงบนของผมช้าๆ
ผมรู้สึกว่าร่างกายผมสั่น
ตอนที่เขาแตะมือลงบนหัวเข่าเนียนและลากไล้สูงขึ้นเรื่อยๆจนแตะมันเข้ากับต้นขาที่เปลือยเปล่า
พี่มาร์คดันเรียวขาของผมให้แยกออกจากกันเพื่อที่เขาจะได้แทรกกายเข้ามาได้แนบชิดมากยิ่งขึ้น
ร่างสูงยอมผละออกจากการจูบผม เพราะเขาจะรีบถอดเสื้อตัวเองออก
แล้วก็เหวี่ยงมันไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ
พี่มาร์คเสยผมขึ้นไปลวกๆขณะสบตากับผมโดยแทบไม่ละสายตาเลย
ผมขยับตัวหนีร่างสูงกว่าที่ขยับเข้ามาหาเล็กน้อยเพราะรู้สึกประหม่าและอายกับดวงตาเขาที่กวาดมองทั่วร่างกายผมเหมือนสนอกสนใจซะเต็มที่แบบนั้น
ทำตัวไม่ถูกจริงๆ
“อย่าหนีพี่สิ” เสียงเข้มกระซิบเบาๆ
เขารั้งร่างผมกลับเข้าไปในอ้อมแขนอย่างง่ายดายแล้วระดมจูบลงมาจนทั่วใบหน้า
ในระหว่างที่ริมฝีปากคู่นั้นคลอเคลียทั่วใบหน้าของผม
เขาก็ลากมือไล้ผ่านซอกขาด้านในเข้ามา
จากนั้นก็สัมผัสและบดเคล้าร่างกายที่เริ่มมีความรู้สึกของผมเบาๆ
“อื้อ....”
ผมร้องอยู่ในลำคอด้วยความทรมาน เหงื่อเริ่มอาบชุ่มไปทั่วร่าง
พี่มาร์คค่อยๆกอบกุมร่างกายของผมเอาไว้ ขยับมือรูดรั้งพอให้รู้สึก
จนผมต้องยึดไหล่กว้างเอาให้แน่น เขาประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง
สอดเรียวลิ้นเข้ามาในปากผมทันทีแบบไม่มีการออมชอมอย่างครั้งแรก ฝ่ามือหนาเริ่มขยับรั้งมากขึ้น
เร็วขึ้นและบีบรัดแน่นขึ้นจนอารมณ์ของผมเริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมเริ่มตอบรับลิ้นเขา จูบกลับไปบ้างแบบเงอะๆงะๆอย่างคนไม่ได้มีประสบการณ์มากมาย
พี่มาร์คถอนริมฝีปากออก เขาจูบซับหยาดน้ำใสๆที่มุมปากผม แล้วก็กระซิบข้างหูผมเบาๆ
“พี่ชอบจูบของแบมนะ”
หน้าผมร้อนวูบเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
พี่มาร์คคงคิดว่าผมจะเงอะๆงะๆจนไม่กล้าจูบเขาอีกมั้ง ถึงได้พูดออกมาแบบนั้น
ทั้งๆที่ผมก็รู้ตัว ว่าผมจูบห่วยแตก
พี่มาร์คปลุกปั่นอารมณ์ผมมากขึ้นเรื่อยๆด้วยฝ่ามือของเขา
ผมสะบัดหน้าไปมาด้วยความเสียวซ่าน กัดริมฝีปากแน่นเหมือนอยากกดความรู้สึกดีที่มีมากจนเกินไปนี้เอาไว้
พี่มาร์คกดจูบที่ซอกคอผม จูบไปทั่วลำคอจนมีแต่รอยช้ำๆและแดงจ้ำเต็มไปหมด
เมื่อเขาขยับมือเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว
และปลดปล่อยออกมาจนอาบเลอะฝ่ามือเขา
พี่มาร์คผละริมฝีปากจากลำคอผม เขาจูบต่ำลงมาที่ไหปลาร้า
ก่อนจะต่ำลงมาอีกจนถึงช่วงแผ่นอก
“อื้อ!...อ๊ะ...”
ผมครางในลำคอเบาๆเมื่ออีกฝ่ายพรมจูบลงบนนั้น
ก่อนที่เรียวลิ้นชื้นจะไล้วนและดูดกลืนยอดอกของผมเข้าไปในโพรงปากของเขา
ความรู้สึกที่พุ่งสูงทำให้ร่างของผมสั่นสะท้านและเกร็งแน่น
ลิ้นร้อนจัดปัดป่ายไปทั่วอย่างช่ำชอง เขารู้ว่าทำยังไงแล้วผมจะรู้สึกแทบขาดใจได้
หลายครั้งที่การรุกของพี่มาร์คทำให้ผมอยากดันตัวเองหนี อยากเปลี่ยนใจ
อายจนอยากตะโกนว่าไม่เอาแล้ว! แต่เขาก็ไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น
พี่มาร์คสอดแขนข้างนึงมากอดลำตัวผมไว้ให้แนบชิดกับกายแกร่งของเขา
จงใช้กดทับน้ำหนักตัวลงมา จนผมไม่สามารถที่จะขยับหนีไปไหนได้เลย
ลิ้นของเขากำลังสัมผัสกระชั้นถี่และดูดดึงหนักหน่วงจนผมไม่สามารถกลั้นเสียงครางเอาไว้ได้
“อ๊ะ...อ๊า...พี่มาร์ค...เดี๋ยว
อื้อ!” ผมกัดริมฝีปากแน่นเมื่อปลายนิ้วของเขาสอดเข้ามาในร่างกายของผม
ค่อยแตะเข้ามาอย่างเชื่องช้าทะนุถนอมเหมือนกลัวว่าจะเจ็บ
เพียงแค่นิ้วแรกผมก็ยังรู้สึกเกร็งแน่นไปหมด จนพี่มาร์คแทบจะขยับเข้ามาลึกซึ้งกว่านี้ไม่ได้
“แบมแบม อย่าเกร็งสิ มันคับนะ”
พี่มาร์คเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผม ผมเห็นยอดอกตัวเองเปียกชุ่ม
แล้วก็เต็มไปด้วยรอยฟันแบบนั้น รู้สึกอายจนหน้าร้อนแทบจะไหม้
“แบม...อ๊ะ...อยะ...” ผมเลื่อนมือไปบีบข้อมือของเขาไว้แน่น
พี่มาร์คเลยพยายามปลอบใจผม
“หายใจลึกๆ ไม่เจ็บหรอก
พี่ไม่ทำแบมเจ็บอยู่แล้ว เชื่อใจพี่นะ” เสียงทุ้มลึกของเขาคอยปลอบประโลมผม
ผมก็เลยพยักหน้า ขณะที่ใช้เรียวนิ้วทำให้ร่างกายผมคุ้นชิ้น
พี่มาร์คเฝ้าจูบซับที่หน้าผากชื้นเหงื่อและกอดร่างผมไว้ไม่ยอมปล่อย หน้าท่องแกร่งเบียดลงมาจนแนบสนิทกับหน้าท้องแบนราบ
พี่มาร์คก็ดูอดทนที่จะไม่ทำตอนที่ผมยังไม่พร้อม เขารอ ใจเย็น
แล้วก็นิ่งมากแม้จะต้องกัดฟันแน่น
เมื่อร่างกายผมเริ่มที่จะพร้อมเปิดรับเขาแล้ว
เขาก็ค่อยๆถอนนิ้วเรียวยาวออกไปจนผมรู้สึกว่างเปล่ากะทันหัน ร่างสูงผละจากผมออกจากเตียงไปเอากล่องใส่ถุงยางอนามัยมา
ผมอึ้งเหมือนกันที่เขาหยิบมาสองกล่อง เพราะผมจำได้ว่ากล่องนึงมันมีสามชิ้น
พอพี่มาร์คเห็นสายตาผม เขาก็หัวเราะทั้งๆที่แกะกล่องถุงยางอยู่
“เผื่อเฉยๆ”
เขาโยนอีกกล่องไว้บนเตียงอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ก็ใกล้มือพอที่จะหยิบใช้ได้ทันทีโดยไม่เสียอารมณ์
ร่างสูงดึงถุงยางออกมาจากกล่องที่แกะแล้วหนึ่งซองแล้วโยนกล่องไว้ข้างๆเหมือนเดิม
เขาฉีกมันด้วยริมฝีปากอยากลวกๆจนผมรู้สึกว่าเขาก็คงไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว
พอพี่มาร์คจะดึงกางเกงลง
ผมก็เบือนสายตาไปทางอื่นเพราะรู้สึกเขินแม้ว่าจะรู้ว่าเขากับผมไม่ได้มีอะไรแตกต่างกัน
ผมได้ยินเสียงเขาขำนะ เพราะงั้นตอนที่เขาขยับตัวเข้ามาหาแล้วรั้งเรียวขาผมไปใกล้
ผมฟาดเข้าให้ที่ไหล่กว้างจังๆหนึ่งครั้ง
ผัวะ!!
“โอ๊ย! แบมตีพี่ทำไมครับ”
“ยังจะถามอีกหรอ หัวเราะอะไร!”
“พี่ ‘เอา’ คืนนะ พี่ไม่ตีเรากลับหรอก” พอพูดประโยคนั้นด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์สุดๆใส่ผม
ก็ค่อยๆหยัดกายเข้ามาจนผมต้องเบิกตาโพลง
“อื้อ!!!”
ผมบีบไหล่เขาไว้แน่น ยกมือขึ้นดันหน้าท้องแกร่งออกไปด้วยสัญชาตญาณ
ผมเจ็บ เจ็บมาก
เจ็บจนร่างกายเหมือนร่างกายถูกแยกออกเป็นสองส่วน!
“ฮึก...พี่มาร์ค...แบมเจ็บ”
“เดี๋ยว...แบม...อย่าร้องไห้สิ”
พี่มาร์คขยับตัวออกไปเล็กน้อย เขาตกใจที่เห็นผมน้ำตานองหน้าเลย
คือผมไม่ได้โกรธหรือว่ารังเกียจอะไรเขานะ
แต่มันเจ็บจริงๆถึงเขาจะอ่อนโยนกับผมที่สุดแล้วก็ตามเหอะ
“ที่รัก...ที่รักครับ...หายใจลึกๆนะ...เจ็บนิดเดียว”
ร่างสูงค่อยๆแทรกกายเข้ามาใหม่ ผมก็พยายามที่จะอดทน
แต่พี่มาร์คไม่ได้ปล่อยให้ผมฝืน เขาก็พยายามอยู่อย่างงั้นแหละ
เป็นสิบนาทีกว่าเขาจะเข้ามาในร่างกายผมได้และหยัดกายเข้ามาจนสุดจริงๆ
“แฮก....แฮก...” ผมหอบหายใจหนักมาก
รู้สึกชาหนึบไปทั้งร่างจนไม่อยากขยับ ได้แต่นอนนิ่งๆอยู่บนเตียง นิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะนอกจากกจะรู้สึกเจ็บหน่วงแล้วยังจุกอีกต่างหาก
พี่มาร์คสอดแขนเข้ามาประคองเอวผมไว้ เขาขยับร่างเข้ามาเพื่อจะกอดผม
แต่เพราะว่าเขาอยู่ในตัวผม
มันเลยกลายเป็นว่าเขาเข้ามาลึกมากกว่าเดิมจนผมต้องผวาเฮือกและกอดแผ่นหลังกว้างกว่าไว้
“อื้อ!”
ผมร้องออกมาดังพอสมควรและหลับตาปี๋
พี่มาร์คหัวเราะเบาๆอยู่ข้างหูผมทำให้ผมข่วนหลังกว้างลงไปเต็มแรงแบบจงใจจิกเล็บลงบนผิวเนื้อให้เขาเจ็บ
“โอ๊ย! แกล้งพี่หรอ”
พี่มาร์คตอบแทนผมด้วยการขยับร่างเคลื่อนไหวเข้าหาร่างผมทันทีจนผมสะท้านเฮือก
เขาขยับร่างอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบในจังหวะแรก
แต่ลึกและแน่นจนผมสั่นเกร็งไปทั้งร่าง
มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อเขายัดกายเข้ามาหาซ้ำๆ ร่างกายของผมเองก็เช่นกัน
มันบีบรัดและคับแน่นมากจนพี่มาร์คยังขยับตัวได้ลำบาก
ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา...
เพราะหลังจากนั้นไม่นาน
สะโพกแกร่งก็เริ่มสอบเพิ่มจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะความช่ำชองของเขาทำให้สถานการณ์บนเตียงเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ผมสะอื้นฮักออกมาเพราะความรู้สึกในร่างกายที่ตีรวนมาก
ความเจ็บเริ่มหายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่น ลมหายใจของผมปั่นป่วนชนิดที่ว่าควบคุมไม่ได้
พี่มาร์คเลื่อนมือสองข้างมาจับที่เอวผม
เขาเหมือนกำลังคุกเข่าอยู่ที่กลางระหว่างขาของผมยังไงอย่างงั้น เรียวขาของผมพาดไปบนหน้าขาของเขา
ทุกครั้งที่พี่มาร์คเคลื่อนไหวร่างกายเป็นจังหวะ ร่างผมก็โยกคลอนไปตามแรงชักนำของเขา
แผ่นหลังของผมเสียดสีซ้ำๆลงบนที่นอนปลายเท้าจิกเกร็งและบางคนก็แตะลงบนเตียงเมื่อเขาผ่อนแรงลง
ผมหอบหายใจถี่กระชั้นทุกแรงกระแทกกระทั้นของเขา
ครวญครางแทบไม่เป็นภาษาอย่างกับคนไร้สติ
“อ๊ะ...อ๊า...”
และดูเหมือนพี่มาร์คชอบที่เป็นแบบนั้น
ยิ่งรู้ว่าตรงไหนที่เป็นจุดเร้าของผม ก็ยิ่งหยัดกายบดขยี้เสียดสีจุดนั้นซ้ำๆด้วยความหนักหน่วง
ดุนดันเข้ามาอย่างเร่าร้อน ทาบกายลงซ้ำไปซ้ำไปราวกับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงไปง่ายๆ
พี่มาร์คกดริมฝีปากพรมจูบไปทั่วใบหน้าผม
ริมฝีปากเขาคลอเคลียซ้ำๆที่แก้มสองข้างและสันกราม ร่างกายผมสั่นระริกมากขึ้นเรื่อยๆเรียวขาขาวแยกออกกว้างให้เขาสัมผัสผมมากขึ้นแบบไม่รู้ตัว
และดูเหมือนเขาชอบที่เป็นแบบนั้น มือหนาเลื่อนมาสัมผัสที่โคนขาผม
รวบเข้าหาตัวขณะที่หยัดกายลงมาถี่ๆจนผมบิดกายเร่าๆเหมือนจะขาดใจ
“พี่มาร์ค...อ๊า...พี่มาร์ค...”
ผมรู้สึกเหมือนจะไม่ไหว
ผมจะทนไม่ไหวแล้ว
มันมากเกินไป
ความรู้สึกข้างในมันร้อนผ่าว
ร้อนจนเหมือนจะปะทุออกมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว
“แบมแบม”
เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูผม
“อ๊ะ...ครับ...”
ผมเผลอขานตอบรับเสียงเรียกเขาเขา พี่มาร์คก็เลยโน้มหน้าลงมาจูบผมหนักมาก ขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วงจนริมฝีปากผมเห่อช้ำราวกับเขาหมั่นเขี้ยวแทบทนไม่ไหว
เขาถอนริมฝีปากออกไปเพื่อกระซิบข้างหูผม
“ห้ามให้ผู้ชายคนอื่นมาแตะต้องเราแบบที่พี่กำลังทำ
เข้าใจใช่มั้ย”
ขณะที่พูด แววตาของเขาจริงจังมาก
เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและคาดโทษเหมือนจะไม่มีวันยอมให้ใครมายุ่งกับผมอย่างเด็ดขาด
ปลายนิ้วเรียวยาวแตะสัมผัสที่เส้นผมของผม
“แม้แต่ปลายเส้นผม ก็ห้ามให้โดน”
“พะ พี่มาร์ค....บ้า...อ๊ะ...อ๊า!”
ผมอดจะด่าเขาไม่ได้ แต่เขาก็ตอบแทนผมด้วยการสอบสะโพกเข้ามาให้หนักขึ้น
เขาโน้มหน้าลงมาพูดข้างๆหูผม
“ถ้าแบมไม่ฟังพี่
แล้วปล่อยให้ใครมาโดนตัว...”
“อ๊ะ....ฮึก...” ผมสะอื้นออกมาและรู้สึกเหมือนร่างกายกำจะละลาย
พี่มาร์คทำเหมือนจะขยี้ผมให้แหลกคาร่างเขา มันไม่เจ็บ แต่มันดิบเถื่อนแล้วก็ร้อนมากจนผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย
“พี่จะจับแบมมาทำแบบนี้ซ้ำๆ....”
ขณะที่พูด
เขาก็สอบสะโพกเข้ามาหนักๆจนผมหน้าร้อนวูบไปทั้งหน้า
“อ๊ะ!...”
“และพี่ก็จะไม่ป้องกัน...จะปล่อยให้แบม....ท้อง”
“มะ...ไม่...อย่านะ....”
ผมหายใจหอบ....
“งั้นอย่าดื้อกับพี่ เข้าใจนะครับ”
เสียงทุ้มอ่อนโยนกระซิบข้างหูผม....
คืนนั้นเรามีอะไรกันเกือบจะทั้งคืน
คือมีๆหยุดๆ จะต่อกันทุกครั้งที่พี่มาร์คมีแรงและอยากจะทำ
ผมเหนื่อยแต่ผมไม่มีแรงขัดขืนก็เลยต้องยอม ถุงยางหมด เขาถึงได้เลิก....
ผมยอมรับว่าผมคิดมากกับสิ่งที่พี่มาร์คพูด
ลึกๆแล้วผมกลัวเขา
เพราะจากสายตาดุดันเวลาที่เขาพูดเรื่องหึงหวง พี่มาร์คร้ายพอจะทำแบบนั้นจริงๆ
อ่านต่อ+เม้นท์ >> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1387851&chapter=10